ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ไปพบกับ อินโดนีเซีย ที่เอาชนะ สิงคโปร์

โดยในรอบรองฯ เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติมาเลเซีย ใช้กฎใครชนะ 3 ใน 5 ก่อนจะเป็นฝ่ายชนะแล้วได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต่อไป

ในคู่แรกหญิงเดี่ยว ทีมไทย ส่ง เมย์-รัชนก อินทนนท์ มือหนึ่งลงพบกับ โซเนีย เชอาห์ ซู ยา ก่อนเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็น 2-0 เกม (21-17, 21-14)

คู่ที่สองเป็นประเภทหญิงคู่ รวินดา ประจงใจ จับคู่กับ พุธิตา สุภจิรกุล พบกับ โชว เหม่ย กวน กับ ลี เมง ยีน ซึ่งคู่ของเราเอาชนะไปได้อีก 2 เกม (24-22, 21-18)

คู่ที่สาม ครีม-บุศนันท์ อึ๊งบำรุงพันธ์ พบกับ คิโซน่า เซลวาดูเรย์ นักตบเสือเหลือง เกมสู้กันสนุกก่อนที่พลิกสถานการณ์กลับมาแซงเอาชนะไปได้ 2-1 เกม (15-21, 21-11, 21-12)

ทำให้ ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ไปพบกับ อินโดนีเซีย ที่เอาชนะ สิงคโปร์ มา 3-1 ในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 3 ธันวาคม 2562)

เหนือมนุษย์! “คิปโชเก้” สร้างประวัติศาสตร์วิ่งมาราธอนต่ำกว่า 2 ชม.

สำหรับ คิปโชเก้ วัย 34 ปี เดิมทีเป็นเจ้าของสถิติโลกมาราธอนที่เวลา 2.01.39 ชม. ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยพยายามทำลายขีดจำกัดของมนุษย์ ซึ่งว่ากันว่าตามทฤษฎีแล้ว ไม่มีใครสามารถวิ่งมาราธอนด้วยเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมงได้ ซึ่งเขาเองเคยพยายามมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2017 ที่เมืองมอนซ่า ประเทศอิตาลี แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

แต่ล่าสุดในภารกิจนี้ ผลปรากฏว่าปอดเหล็กเคนย่า สร้างปรากฏการณ์ทำลายกำแพงศักยภาพมนุษย์เป็นที่เรียบร้อย ด้วยการวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1.59.40 ชม. เท่านั้น ท่ามกลางเสียงปรบมือของกองเชียร์อย่างกึกก้อง

อย่างไรก็ดี การวิ่งครั้งนี้เป็นภารกิจพิเศษของบริษัทอิเนออส เวลาดังกล่าวจึงไม่ถูกรับรองให้เป็นสถิติโลกจากสหพันธ์กรีฑานานาชาติ หรือ ไอเอเอเอฟ เนื่องจากเป็นการวิ่งแข่งขันแบบเปิด และมีการหมุนเวียนนักวิ่งเพซเมคเกอร์สตลอดเส้นทางนั่นเอง

กบิดสแปนิชจาก มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี

หลังผ่านการควอลิฟายรอบ Q2 เป็นเวลาทั้งสิ้น 15 นาที ปรากฏว่าตำแหน่งโพลในเรซนี้ตกเป็นของ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ รุกกี้ชาวฝรั่งเศสจาก ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.719 วินาที ทำลายสถิติของสนามประเทศไทย ที่มาร์ค มาร์เกซ ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว ส่วนกริดที่ 2 อย่าง มาเวริค บีญาเลส นักบิดสแปนิชจาก มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี เพียง 0.106 วินาทีเท่านั้น ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกคนปัจจุบันจาก เรปโซล ฮอนด้า ที่พลาดล้มในช่วงท้ายการควอลิฟาย ตามหลังหัวแถว 0.212 วินาที